您现在的位置是:披心相付网 > 百科
ตลท.เล็งปลดล็อกหุ้นน้ำเมา หวังกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา
披心相付网2026-01-08 03:42:56【百科】1人已围观
简介เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่
ตลทเล็งปลดล็อกหุ้นน้ำเมาหวังกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะเปิดทางให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนได้ ซึ่งเป็นข้อห้าที่มีมายาวนานในประเทศ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อเร่งฟื้นฟูยอดขายหุ้นในตลาดทุนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก
โดยนายกิตติพงศ์ ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า “เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสูญเสียบริษัทเหล่านี้ไปให้กับตลาดหุ้นต่างประเทศ” พร้อมระบุว่า การอนุญาตให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดทุนภายในประเทศ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือกลุ่มที่มีโอกาสสูงที่จะเข้าจดทะเบียน
รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่หลายราย แต่กลับไม่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จดทะเบียนในตลาดหุ้นเลย นับตั้งแต่ เมื่อปี 2548 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เคยพยายามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO แต่หลังจากการประท้วงของนักเคลื่อนไหวและบรรดาพระสงฆ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ต้องไปจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แทน
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของประธานตลาดหลักทรัพย์ของไทยในขณะนั้น เนื่องจากสูญเสียโอกาสในการมี IPO ที่จะเป็นรายการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้ ฝ่ายที่คัดค้านการนำไทยเบฟเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ให้เหตุผลว่า จะเป็นการละเมิดต่อหลักคำสอนของศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ ในประเทศ ที่มีประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาพุทธ
อย่างไรก็ตาม นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางสังคมน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการกลับมาประท้วงอีกครั้ง
โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยได้เริ่มอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 ภายใต้โครงการนำร่อง ที่อาจจะขยายระยะเวลาออกไปเกินกลางปี 2569 ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎที่มีมาตั้งแต่ปี 2515
บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาบริษัทในประเทศจำนวนมาก เลือกที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น เพื่อแสวงหามูลค่าประเมินที่สูงกว่า และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่า ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี บิทคับ ที่กำลังพิจารณานำหุ้นเข้าจดทะเบียนที่ฮ่องกง แทนแผนเดิมที่จะจดในประเทศไทย ขณะที่ IFBH Ltd. ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวของไทย ก็เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยสถานะของดัชนีหุ้นไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชีย ในปี 2025 ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งที่วางแผนไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งบั่นทอนความสนใจของนักลงทุน โดยคาดว่า ตลาด IPO ที่ซบเซาจะยังไม่ฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากปิดฉากปีที่เลวร้ายที่สุดด้านการระดมทุนจากหุ้นใหม่ นับตั้งแต่ปี 2553
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจต่อการขาดแคลนบริษัทที่ดี และน่าสนใจของตลาดหุ้นของไทย
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของไทย อาจจะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนหุ้นแบบโครงสร้างหุ้น 2 ระดับ ( Dual-class share structures ) เพื่อดึงดูดบริษัทครอบครัวให้เข้าตลาด โดยโครงสร้างดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ก่อตั้งมีอำนาจลงคะแนนเสียงมากกว่า ลดความกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจควบคุมหลังเข้าจดทะเบียน
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะเปิดทางให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนได้ ซึ่งเป็นข้อห้าที่มีมายาวนานในประเทศ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อเร่งฟื้นฟูยอดขายหุ้นในตลาดทุนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก
โดยนายกิตติพงศ์ ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า “เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสูญเสียบริษัทเหล่านี้ไปให้กับตลาดหุ้นต่างประเทศ” พร้อมระบุว่า การอนุญาตให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดทุนภายในประเทศ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือกลุ่มที่มีโอกาสสูงที่จะเข้าจดทะเบียน
รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่หลายราย แต่กลับไม่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จดทะเบียนในตลาดหุ้นเลย นับตั้งแต่ เมื่อปี 2548 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เคยพยายามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO แต่หลังจากการประท้วงของนักเคลื่อนไหวและบรรดาพระสงฆ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ต้องไปจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แทน
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของประธานตลาดหลักทรัพย์ของไทยในขณะนั้น เนื่องจากสูญเสียโอกาสในการมี IPO ที่จะเป็นรายการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้ ฝ่ายที่คัดค้านการนำไทยเบฟเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ให้เหตุผลว่า จะเป็นการละเมิดต่อหลักคำสอนของศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ ในประเทศ ที่มีประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาพุทธ
อย่างไรก็ตาม นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางสังคมน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการกลับมาประท้วงอีกครั้ง
โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยได้เริ่มอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 ภายใต้โครงการนำร่อง ที่อาจจะขยายระยะเวลาออกไปเกินกลางปี 2569 ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎที่มีมาตั้งแต่ปี 2515
บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาบริษัทในประเทศจำนวนมาก เลือกที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น เพื่อแสวงหามูลค่าประเมินที่สูงกว่า และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่า ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี บิทคับ ที่กำลังพิจารณานำหุ้นเข้าจดทะเบียนที่ฮ่องกง แทนแผนเดิมที่จะจดในประเทศไทย ขณะที่ IFBH Ltd. ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวของไทย ก็เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยสถานะของดัชนีหุ้นไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชีย ในปี 2025 ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งที่วางแผนไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งบั่นทอนความสนใจของนักลงทุน โดยคาดว่า ตลาด IPO ที่ซบเซาจะยังไม่ฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากปิดฉากปีที่เลวร้ายที่สุดด้านการระดมทุนจากหุ้นใหม่ นับตั้งแต่ปี 2553
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจต่อการขาดแคลนบริษัทที่ดี และน่าสนใจของตลาดหุ้นของไทย
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของไทย อาจจะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนหุ้นแบบโครงสร้างหุ้น 2 ระดับ ( Dual-class share structures ) เพื่อดึงดูดบริษัทครอบครัวให้เข้าตลาด โดยโครงสร้างดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ก่อตั้งมีอำนาจลงคะแนนเสียงมากกว่า ลดความกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจควบคุมหลังเข้าจดทะเบียน
很赞哦!(586)
站长推荐
友情链接
- 田径世锦赛爆发病毒感染 欧洲田联主席感染肠胃病毒
- 17 Amazing Places to Live in Boston, MA (By a Local)
- 不锈钢模具冲压花盆生产工艺流程
- [新浪彩票]足彩第25189期任九:那不勒斯米兰舍弃
- THPT Xuân Mai vô địch bóng đá học sinh Hà Nội 2025
- 宋佳亮相《快本》 重逢《一年级》马皓轩惊喜落泪
- 《RaidersofBlackveil》PC版下载 Steam正版分流下载
- 应急管理部:在全国范围内开展安全生产资格证书涉假专项治理
- กราดยิงออสเตรเลีย: นาทีต่อนาที เกิดอะไรขึ้นบ้างในเหตุกราดยิงที่หาดบอนได
- 韩国前总统尹锡悦首次出席“金建希特检组”传唤调查
- 日本H3火箭发射任务在倒计时结束后紧急停止
- HFS·时尚体育节2022青岛斗腕公开赛 00后小将倪清阳冲击冠军惜败赵子瑞
- 水晶宫战平造5倍冷门 足彩头奖开4注239万元
- 普什模具公司开展劳模事迹宣讲及青工交流座谈会
- 比肩梅西!爆红边锋过人称霸欧洲 武磊怎么和他
- 【盛典之外】鸿蒙生态的N种可能
- 从阅读练习中学写作之素材篇
- 仿瓷墙面怎样快速翻新 仿瓷涂料的好处
- NFL playoff picture: Which teams can clinch spots in Week 16?
- 世乒赛男单:王楚钦零封户上隼辅 日本男单全军覆没






